พระญาณวิศิษฏ์ (ทอง จนฺทสิริ)
"ทะเลไทยทั่วแคว้น แลงาม
วัดอโศการาม พรั่งพร้อม
สันติทุกโมงยาม ตามป่า เลนแฮ
ธรรมชาติยังห้อมล้อม นก-ไม้แลสลอน"
โคลงสี่สุภาพบทนี้ บรรยายให้คนทั่วไป รับรู้แลเห็นถึงสภาพสิ่งแวดล้อมอันร่มรื่นภายในวัดอโศการาม หมู่ 2 ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เป็นอย่างดี
ปัจจุบันมีท่านเจ้าคุณ พระญาณวิศิษฏ์ (ทอง จนฺทสิริ) หรือที่ชาวบ้านทั่วไปขานนามท่านว่า พระอาจารย์ทอง
เป็นเจ้าอาวาส
พระอาจารย์ทอง วางตัวเรียบร้อยโดยจริตธรรม ฉันภัตตาหารมื้อเดียวเป็นอาจิณ กิริยาสงบนิ่งเยือกเย็น วาจาชัดถ้อยคำเปี่ยมด้วยเมตตา พูดน้อยแต่หนักแน่น เทศนาปาฐกถาธรรมจับใจบรรดาญาติโยมผู้ศรัทธา เป็นที่เลื่องลือของชาวบ้านอย่างกว้างขวาง
ภูมิหลังของท่านก่อนเข้าสู่โลกธรรม มีนามว่า ทอง นารีวงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2475 พื้นเพเดิมครอบครัวเป็นชาวอุบลราชธานี
ต่อมาอพยพย้ายถิ่นฐานมาปักหลัก ต.วังใหญ่ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาด้วยกัน 9 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 5 คน ท่านเป็นบุตรลำดับที่ 6
วัยเด็กของ ด.ช.ทอง ค่อนข้างลำบาก ด้วยฐานะทางบ้านยากจน ครอบครัวประกอบอาชีพกระดูกสันหลังของชาติ เรียนจบเพียงชั้น ป.4 ต้องหยุดเรียนมาช่วยทางบ้านทำนาหาเลี้ยงปากท้อง
แต่ด้วยความเป็นคนใฝ่รู้ แสวงหาหลักยึดเหนี่ยวชีวิต มีใจเอนเอียงทางพุทธะ ประกอบกับโยมบิดามีความปรารถนาอันแรงกล้าให้บุตรชายได้บวชเรียนศึกษา ตามธรรมเนียมชีวิตลูกผู้ชาย
ทั้งนี้ ผู้ที่คอยชี้ทางส่งเสริมให้ท่านได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน คือ พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ลี ธมฺมธโร) หรือหลวงพ่อลี เทพธรรมแห่งชาวสมุทรปราการ ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ นั่นเอง
จากการได้ออกติดตามหลวงพ่อลีไปทุกหนแห่ง เวลาออกธุดงค์และพำนักตามวัดต่างๆ ท่านต้องคอยปรนนิบัติรับใช้หลวงอาและต้องนอนอยู่หน้าโบสถ์ ความยากลำบาก แทนที่จะกัดกร่อนจิตใจให้ท่านย่อท้อ แต่กลายเป็นความศรัทธาเลื่อมใสต่อวัตรปฏิบัติของหลวงอา ที่ดำรงตนด้วยความเรียบง่าย แต่เพียบพร้อมด้วยความวิริยะอุตสาหะ จึงตัดสินใจบรรพชาเป็นสามเณร ในปี พ.ศ.2494 เมื่ออายุครบ 19 ปี ณ วัดป่าคลองกุ้ม ต.บางกระจาด อ.เมือง จ.จันทบุรี
จากการได้ออกติดตามหลวงพ่อลีไปทุกหนแห่ง เวลาออกธุดงค์และพำนักตามวัดต่างๆ ท่านต้องคอยปรนนิบัติรับใช้หลวงอาและต้องนอนอยู่หน้าโบสถ์ ความยากลำบาก แทนที่จะกัดกร่อนจิตใจให้ท่านย่อท้อ แต่กลายเป็นความศรัทธาเลื่อมใสต่อวัตรปฏิบัติของหลวงอา ที่ดำรงตนด้วยความเรียบง่าย แต่เพียบพร้อมด้วยความวิริยะอุตสาหะ จึงตัดสินใจบรรพชาเป็นสามเณร ในปี พ.ศ.2494 เมื่ออายุครบ 19 ปี ณ วัดป่าคลองกุ้ม ต.บางกระจาด อ.เมือง จ.จันทบุรี
ความตั้งใจเดิมที่ต้องการบวชเรียนอุทิศบุญคุณให้แก่โยมบิดา เพียง 1-2 พรรษา แล้วก็สึกออกมาใช้ชีวิตตามปกติทั่วไป พลันแปรเปลี่ยน เมื่อท่านได้ลงลึกในรายละเอียด ศึกษาค้นคว้าหลักธรรมแห่งพุทธองค์จนถึงแก่น ความเลื่อมใสศรัทธาเพิ่มทวีคูณ
พ.ศ.2499 พระอาจารย์ทองได้มาจำพรรษาที่วัดอโศการาม กับหลวงพ่อลี ในพรรษาที่ 6 ได้ จากนั้นไปเรียนวิชาภาษาบาลีที่ วัดบรมนิวาส แม้จะเคยเรียนบาลีมาบ้างแล้ว แต่ท่านมิได้อวดรู้วิชา ยังฟังคำชี้แนะจากครูบาอาจารย์ให้ไปเรียนเพิ่มเติมอีก จนมาถึงปี พ.ศ.2500 ไปจำพรรษาที่สำนักสงฆ์ บ้านสันกอเก็ด จ.เชียงใหม่ เป็นเวลา 3 ปี กระทั่ง หลวงพ่อลีได้มรณภาพ ท่านจึงได้กลับมาอยู่ที่วัดอโศการาม
พ.ศ.2518 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ล่วงเข้าปี พ.ศ.2534 เลื่อนขั้นขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอโศการาม รุ่งขึ้นอีกปี เป็นมหามงคลในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครบ 5 รอบ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระญาณวิศิษฏ์
